ปตท.เตรียมตั้งแบรนด์ PTT บริหารธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อภายใน 4-5 ปีข้างหน้า หลังจากหมดสัญญากับจิ๊ฟฟี่และเซเว่นอีเลฟเว่น ด้าน ผู้บริหารเชลล์ ห่วงกรณี ปตท.ซื้อกิจการปั๊มเจ็ท ในระยะยาวอาจทำให้การแข่งขันลดลง และมีความเสี่ยงกรณีหากเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันตลาดโลก
นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มาหชน) กล่าวว่า หลังจาก ปตท. ได้ซื้อกิจการ เจ็ท ซึ่งรวมไปถึงร้านค้าสะดวกซื้อ จิ๊ฟฟี่ โดยมีสัญญาว่าจะใช้ จิ๊ฟฟี่ 2 ปี และสามารถต่อสัญญาได้ต่อนั้น ปตท.กำลังพิจารณาว่า หากไม่ต่อสัญญากับจิ๊ฟฟี่ ก็อาจจะใช้ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตรายอื่นเข้ามาบริหารธุรกิจนอน-ออยล์หรือ ปตท. อาจจะตั้งบริษัทขึ้นมาบริหารธุรกิจนี้เอง ภายใต้ชื่อ PTT เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ปตท. มีประสบการณ์และบุคลากรที่มีความสามารถที่จะดูแลธุรกิจนี้เอง อย่างไรก็ตาม คงจะต้องพิจารณาถึงสัญญาที่ทำไว้กับ เซเว่นอีเลฟเว่น ด้วยว่าสัญญาที่จะใช้เซเว่นฯ จะหมดลงในปีใด จากที่ทำไว้นาน 7 ปี
“ ปตท.มีโนฮาว และมีคนที่สามารถทำธุรกิจนอน-ออยล์ได้ เมื่อ ปตท. สร้างแบรนด์ขายน้ำมัน การสร้างแบรนด์ คอนวีเนียนสโตร์ และธุรกิจนอน-ออยล์ ก็น่าจะทำได้ และเป็นผลดีต่อ ปตท. เช่นกัน” นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายธีรพจน์ วัชราภัย ประธานเชลล์ในประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่ ปตท. เข้าซื้อกิจการ เจ็ท ในระยะสั้น คงจะไม่กระทบต่อผู้ค้ารายอื่น ๆ เพราะรายอื่นยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดเท่าเดิม และถึงอย่างไร ปตท. ก็มีอำนาจเหนือตลาดอยู่แล้ว เนื่องจากมีส่วนแบ่งตลาดมากสุด และทุกรายจะปรับเปลี่ยนราคาน้ำมันก็จะปรับตาม ปตท. ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม น่าเป็นห่วงถึงเรื่องการค้าน้ำมันในระยะกลาง-ยาว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การแข่งขันในตลาดจะลดลงเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกัน หากเกิดปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันตลาดโลก เช่น กรณีการขาดแคลนน้ำมัน ก็น่าเป็นห่วงประเทศไทย เพราะหากผู้ค้าระดับนานาชาติหรือระดับโลกหายไปจากเมืองไทย สัญญาการส่งน้ำมันเข้ามาช่วยเหลืออาจจะหดหายไป ซึ่งอาจจะกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

No comments:
Post a Comment