การเติบโตอย่างเงียบๆ ของซูชิพรานทะเลที่ทำยอดขายถึง 40% แซงหน้ากลุ่มอาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน ความพร้อมในการเป็นผู้ส่งออกซูชิปีละ 50 ล้านชิ้นมากว่า 20 ปี อาหารญี่ปุ่นจึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจของพรานทะเล
"ทุกมื้อของผู้บริโภค ทุกช่องทางขายมีพรานทะเล เป็นเป้าหมายที่ไม่ไกลเกินเอื้อม เมื่อยอดขายของเราเพิ่มขึ้นทุกปี
และไม่เพียงแต่อาหารทะเลเท่านั้น แต่เรายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตอาหารญี่ปุ่นด้วย
อนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บอกว่า ความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์พรานทะเลทำให้มีโอกาสพัฒนาไปสู่สินค้าใหม่ได้ง่าย
ทั้งนี้ผลการสำรวจผู้บริโภคในหัวข้อ Top of mind ที่เปรียบเทียบระหว่างแบรนด์ต่างๆ พบว่า กว่า 90% ของผู้บริโภคถ้าพูดถึงอาหารทะเล พวกเขานึกถึง "พรานทะเล"
ถ้าพูดถึงเบเกอรี่ พวกเขานึกถึง เอสแอนด์พี ถ้าเป็นขนมจีบ ซาลาเปา ต้องยกให้ สุรพลฟู้ด หรือถ้าเป็นไก่ก็ต้องเป็นไก่ซีพี แต่ถ้าเป็นหมู ต้องเลือกเบทาโกร
"เป้าหมายของเราต้องทำให้พรานทะเลเป็นสินค้าที่ทุกคนเข้าถึง ซึ่งหมายถึงช่องทางขายที่สะดวกที่สุด ราคาไม่แพงทำให้ทุกกลุ่มซื้อได้ที่สำคัญสินค้าต้องหลากหลาย เพราะการทำสินค้าตัวใดตัวหนึ่งเป็นการผูกมัดตัวเอง ผู้บริโภคยุคนี้เบื่อง่าย"
เขาบอกว่า การมีตัวเลือกที่หลากหลายภายใต้ "ซีฟู้ด" ทำให้พรานทะเลถูกเลือกมากขึ้น แม้ผู้บริโภคจะมีตัวเลือกมากก็ตาม โดยมีอัตราการเติบโตของยอดขายการันตีการเข้าถึงผู้บริโภค
ยอดขาย 300 ล้านบาทในปี 2547 ซึ่งเป็นปีแรกที่เข้าสู่ตลาด ตามมาด้วยปี 2548 ที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 550 ล้านบาท ปี 2549 ยอดขายเพิ่มขึ้นอีกเป็น 750 ล้านบาท และคาดว่าจะเข้าสู่ 1,000 ล้านบาท ในปี 2550
"ปีแรกเราใช้งบสร้างแบรนด์ 100 ล้านบาท แต่ค่อยๆ ลดลงเหลือ 70 ล้านบาท ในปีที่สอง และลดเหลือ 40 ล้านบาทในปีที่ สาม และปีล่าสุดเราใช้งบแค่ 30 ล้านบาท สวนทางกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นยืนยันได้ว่าผู้บริโภคตอบรับในแบรนด์"
เขาบอกว่า แบรนด์ที่แข็งแกร่งของพรานทะเล ทำให้สินค้าใหม่ หรือเมนูใหม่ทำให้ผู้บริโภคอยากลอง และความพร้อมของวัตถุดิบทำให้พรานทะเลสามารถพัฒนาสินค้าใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางการบริโภคเพื่อสุขภาพ รวมทั้งได้ราคาใหม่ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคในระดับรากหญ้าที่เป็นเป้าหมายในการขยายแบรนด์เช่นกัน
"การทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ นอกจากมีสินค้าให้เลือกหลากหลายแล้ว ราคาต้องสอดคล้องกับเงินในกระเป๋าของเขาด้วย เช่น ปลากะพงแดงที่แล่เนื้อแล้วกิโลกรัมละ 300 กว่าบาท เมื่อนำมาทำอาหารสำเร็จรูปเมนูต่างๆ ราคาก็แพง เราจึงพยายามเลือกชนิดปลาใหม่ที่ราคาถูกกว่า ราคาจะได้ถูกลงด้วย"
เขาบอกว่า นอกจากกลุ่มซีฟู้ดแล้ว พรานทะเลกำลังบุกธุรกิจใหม่ คือ อาหารญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทยูเนี่ยนโฟรเซ่นโปรดักส์ จำกัด (UFP) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของพรานทะเลที่ส่งออกซูชิไปยังประเทศญี่ปุ่นมากว่า 20 ปีและแต่ละปีส่งออกไม่ต่ำกว่า 50 ล้านชิ้น
กลุ่มธุรกิจอาหารญี่ปุ่นของพรานทะเลนั้นเริ่มจากซูชิ ปัจจุบันมีจุดขายในห้างสรรพสินค้ากว่า 170 แห่งแต่ทำยอดขายมากที่สุดด้วยสัดส่วนถึง 40% โดยมีกลุ่มอาหารพร้อมปรุงและอาหารพร้อมรับประทาน (Ready top eat) ในสัดส่วนเท่ากัน คือ 30%
"ซูชิเติบโตอย่างเงียบๆ หลายคนอาจมองว่าเรากำลังเสียจุดยืนในการเป็นผู้ผลิตอาหารซีฟู้ดหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วบริษัทแม่มีจุดแข็งในการผลิตอาหารญี่ปุ่นมานาน"
ซูชิพรานทะเลที่เติบโตด้วยราคาถูกกว่าอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดัง เมื่อบวกกับความพร้อมในการผลิต อนุรัตน์ บอกว่า กำลังเตรียมเปิดธุรกิจใหม่ นั่นคือ ดิลิเวอรี่อาหารญี่ปุ่น โดยมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ คนญี่ปุ่นในไทย ที่มีกว่า 4 หมื่นคน ในจำนวนนี้มีนักศึกษาญี่ปุ่นอีกว่า 3,000 คน
"ความพร้อมในการผลิตของเรามีอยู่แล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการหาลู่ทาง การพัฒนาแพ็คเกจจิ้งที่ต้องดูดี เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง"
ส่วนซูชินั้นล่าสุดมีนักธุรกิจจากประเทศจีนเห็นโอกาสในการจำหน่าย โดยอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อนำซูชิพรานทะเลไปเปิดจำหน่ายในย่านที่พักอาศัยของนักศึกษา
------------------------------
พรานทะเลกำลังเตรียมเปิดธุรกิจใหม่นั่นคือ ดิลิเวอรี่อาหารญี่ปุ่น โดยมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ คนญี่ปุ่นในไทย ที่มีกว่า 4 หมื่นคน ในจำนวนนี้มีนักศึกษาญี่ปุ่นอีกกว่า 3,000 คน
Bangkokbiznews.com, April 22, 2007.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

No comments:
Post a Comment