บ้านใร่กาแฟ ผวา ดีล ปตท.ซื้อปั๊มเจ็ต ส่งผลกระทบต้องปิดบ้านใร่กาแฟในปั๊ม หลังจากนี้อีก 2 ปี แต่ยันระยะสั้นนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แก้เกม เตรียมเปิดแบรนด์ใหม่เข้ามากู้ชีพ ดัน “คอฟฟี่ เอฟ” แจงเกิด แทรกกลางระหว่าง บ้านใร่กาแฟ กับไทยชงบอร์ก เน้นเปิดตามย่านชุมชน เล็งเป็นพันธมิตรกับเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส กับ 108 ชอปต่อเนื่อง
แหล่งข่าวจากร้านบ้านใร่กาแฟ เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท โคโนโค ฟิลิปส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้บริหารปั๊มเจ็ตและร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในประเทศไทยทั้งหมด 147 สาขา ได้ขายกิจการให้กับ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) นั้น คาดว่า ในระยะแรกยังไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการร้านบ้านใร่กาแฟในปั๊มเจ็ตแต่อย่างใด เนื่องจาก ทั้ง ปตท.และเจ็ต มีสัญญาต่อกันว่าจะคงรูปแบบเดิมไว้ก่อนอย่างน้อย 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหลังจากครบ 2 ปีแล้ว บริษัทยังไม่อาจจะสามารถประเมินได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมา เพราะยังเร็วเกินไปที่จะตอบในเวลานี้ แต่คาดว่าทุกฝ่ายคงหาทางออกที่ดีและมีความเหมาะสม เนื่องจากบ้านใร่กาแฟถือเป็นพันธมิตรหลักที่ควบคู่กับทางปั๊มเจ็ตมาตั้งแต่เริ่มแรก ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติแล้วบริษัทจะทำแผนและใช้นาน 6 เดือน ซึ่งหากครบครึ่งปีแล้ว ในกลางเดือนนี้คงจะมาพิจารณาดูอีกครั้ง
ปัจจุบันบริษัทมีร้านบ้านใร่กาแฟเปิดในปั๊มเจ็ตประมาณ 69 แห่ง จากสาขาทั้งหมดของบ้านใร่ที่มีเวลานี้กว่า 77 แห่ง (ก่อนหน้านี้ เปิดในปั๊มเจ็ตมากกว่านี้ แต่มีทยอยปิดไปบ้างเนื่องจากหมดสัญญาและบางแห่งยอดขายไม่คุ้มค่า)
สำหรับแนวทางเบื้องต้นในขณะนี้ บริษัทเตรียมทางออกไว้บ้าง เพราะหากถึงเวลาที่ต้องปิดบ้านใร่กาแฟในปั๊มเจ็ตทั้งหมด จะส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะรายได้หลักมาจากร้านบ้านใร่กาแฟ และปั๊มเจ็ต คือ ทำเลหัวใจหลักมาตลอด
โดยเบื้องต้นนี้ บริษัทจะเปิดแบรนด์ใหม่ขึ้นมาอีกชื่อว่า “คอฟฟี่ เอฟ” หรือ COFFEE FRESH ซึ่งจะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาทดแทน โดยเป็นแบรนด์ที่มีตำแหน่งทางธุรกิจอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่าง บ้านใร่กาแฟ และไทยชงบอร์ก โดยการลงทุนหากเป็นการขายสิทธิจะอยู่ที่ 60,000-80,000 บาท ราคาขายกาแฟสดเฉลี่ยที่ 25-30 บาทต่อแก้ว ขณะที่ร้านไทยชงบอร์ก เน้นเปิดตามย่านชุมชน ลงทุนขายสิทธิประมาณ 35,000 บาท ราคากาแฟเฉลี่ย 12-15 บาทต่อแก้ว ซึ่งปัจจุบันมีสาขาประมาณ 140 แห่ง เป็นของบริษัทประมาณ 35 สาขา และเป็นแฟรนไชส์ประมาณ 105 สาขา
ขณะที่ร้านบ้านใร่กาแฟนั้น เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างสูงเฉลี่ย 6 แสนบาท ค่าสิทธิ์ ราคาประมาณ 70-80 บาทต่อแก้ว ที่เป็นราคาที่ขายดี ปัจจุบันมีสาขาเปิดทั้งหมด 77 แห่ง โดยอยู่ในปั๊มเจ็ต 69 แห่ง และนอกปั๊มเจ็ต 8 แห่ง เช่น ที่เอกมัย หน้าเทสโก้โลตัสสระบุรี และในสวนสระบุรีของบริษัท บีทีเอสอ่อนนุชและสนามกีฬา (ส่วนบีทีอสพญาไท สุรศักดิ์ เพลินจิต ได้ปิดไปแล้วเพราะรายได้ไม่คุ้มค่าเช่า)
ทั้งนี้ ในช่วงแรกคาดว่าอีกประมาณ 1-2 เดือนบริษัทจะเริ่มลงทุนเปิดร้าน คอฟฟี่ เอฟ แล้ว โดยเน้นการลงทุนเองก่อน เพื่อสร้างแบรนด์และตลาด จะเน้นทำเลย่านชุมชนและอาจเป็นไปได้ที่จะเปิดหน้าร้านเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส กับร้าน 108 ชอป ที่บริษัทเป็นพันธมิตรอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถอุดช่องโหว่ได้ เพราะผู้ที่ต้องการเปิดร้านกาแฟสด หากซื้อสิทธิบ้านใร่ก็ต้องลงทุนสูงเกินไป แต่ถ้าเป็นไทยชงบอร์กลงทุนต่ำแต่อาจจะกำไรไม่มากตามสัดส่วนการลงทุน ซึ่งคอฟฟี่เอฟสามารถตจอบโจทย์ตรงนี้ได้
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ประกาศทดลองขายแฟรนไชส์ร้านบ้านใร่กาแฟ เมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถเปิดแฟรนไชส์ได้เลย เพราะลงทุนสูง แต่มีผู้สนใจติดต่อเข้ามามาก โดยเฉพาะรายใหญ่อย่างค่ายตันตราภัณฑ์ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่ทางภาคเหนือ ได้ติดต่อเจรจากัน แต่ในที่สุดก็เงียบหายไป
ส่วนร้านไทยชงบอร์ก ก็ยังมีแผนขยายต่อไป โดยจะเน้นการขายแฟรนไชส์ ซึ่งบริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตรกับทาง ร้านเทสโก้โลตัสเอ็กซ์เพรส เปิดบริการหน้าร้านไปแล้วประมาณ 20 กว่าสาขา ส่วนอีกราย คือ ร้าน 108 ชอป ก็ได้มีการเจรจากันแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดร้านไทยชงบอร์กหน้าร้าน 108 ชอป อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งมีสาขาหลายแห่งที่มียอดขายดีและน่าสนใจเช่น ตึกเมืองไทยภัทร หรือสาขาที่โรงเรียนนายร้อย จปร.เป็นต้น
สำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟตรีดีบอร์กนั้น ที่ผ่านมาก็จำหน่ายได้ดีพอสมควร แต่ยังไม่มากนัก โดยมีรายได้จากตรีดีบอร์กประมาณ 2 แสนกว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น ขณะที่รายได้หลักมาจาก บ้านใร่กาแฟมากกว่า 12 ล้านบาทต่อเดือน และเมื่อเร็วๆนี้ได้เปิดบริการร้านอาหารที่ปรับปรุงจากสาขาเอกมัยในชื่อว่า ไทยเรสเตอรองต์ส ด้วยงบปรับปรุงกว่า 4 ล้านบาท
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

No comments:
Post a Comment