clookclick.com

Saturday, June 2, 2007

ยอดขาย5เดือนแรกแม็คโครฉลุย ผุดศูนย์บริการ-จัดโชห่วยเอ็กซ์โป

แม็คโครโอ่ 5 เดือนแรก ผลประกอบการเป็นบวก เผยโครงการ มิตรแท้โชห่วยคืบหน้าเป็นระลอก เตรียมผุดศูนย์บริการโชห่วยแห่งแรกที่แม็คโครลาดพร้าว พร้อมจัดงานโชห่วยเอ็กซ์โป สิงหาคมนี้ เดินหน้าจัดอบรมบรรดาเถ้าแก่เสริมสร้างศักยภาพ

ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ผลประกอบการของแม็คโครยังเป็นบวกอยู่ มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องเป็นเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เนื่องจากแม็คโครมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและโชห่วยเป็นหลัก ไม่ใช่กลุ่มเอนด์ยูสเซอร์

โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ กลุ่ม โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร หรือกลุ่มที่เราเรียกว่าฮอเรก้า โตมากถึง 20% ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาจับจ่ายที่แม็คโครประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ไปคาดว่าผลประกอบการน่าจะดีตามลำดับ รวมทั้งภาพตลาดรวมของธุรกิจด้วยเนื่องจากความชัดเจนทางการเมืองที่เริ่มมีมากขึ้น หลังจากที่มีการตัดสินคดียุบพรรคการเมืองไปแล้ว บรรยากาศการลงทุนการจับจ่ายน่าจะดีขึ้นตามไปด้วย และเมื่อมีการเลือกตั้งก็จะทำให้มีเงินสะพัดมากขึ้น

ดร.ฉัตรชัยกล่าวต่อถึงโครงการ แม็คโคร มิตรแท้โชห่วยด้วยว่า หลังจากที่ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว และมีการดำเนินการในโครงการย่อยๆต่อเนื่อง ล่าสุดโครงการการประกวดออกแบบร้านโชห่วยไทยปี 2550 ซึ่งร่วมมือกับทางคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ได้ทีมที่ชนะเลิศแล้วคือ ทีมร้านถูกใจ

นอกจากนี้เตรียมที่จะสร้างศูนย์บริการโชห่วยขึ้นเป็นแห่งแรกที่แม็คโครสาขาลาดพร้าว คาดว่าจะเปิดบริการได้ในช่วงเดือนสิงหาคมศกนี้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีศูนย์ฯนี้ภาคละ 1 ศูนย์ฯ

การทำงานของศูนย์ฯดังกล่าวนี้ จะเป็นเสมือนศูนย์ที่ให้คำปรึกษา การอบรม และความรู้ต่างๆเกี่ยวกับธุรกิจค้าปลีกให้กับโชห่วยและร้านค้าขนาดย่อม ไม่ใช่เป็นศูนย์ที่ขายสินค้าแต่อย่างใด ซึ่งจะทำให้ร้านค้าโชห่วยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งแม็คโครคาดหวังว่าในแต่ละปีจะสามารถช่วยเหลือโชห่วยได้ไม่ต่ำกว่า 50 รายต่อปี

นอกจากนั้นจะมีการจัดงานโชห่วยเอ็กซ์โปด้วยที่แม็คโครลาดพร้าวเป็นครั้งแรกโดยภายในงานจะมีการร่วมมือกับพันธมิตรในการออกร้าน อุปกรณ์ สินค้าต่างๆที่เกี่ยวข้องรวมทั้งจัดให้มีการอบรมด้วย โดยร่วมมือกับทางศูนย์บ่มเพาะของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันอบรมให้กับโชห่วย มีหลักสูตรหลายอย่าง รวมประมาณ 42 ชั่วโมง โดยจะจัดให้กับผู้ประกอบการและทายาทที่จะทำธุรกิจต่อ

“จากการที่ได้พูดคุยกับโชห่วยหลายแห่ง เรารู้ถึงปัญหามากมายของเขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโชห่วยจะรู้แต่ตัวเลขยอดขาย แต่ตัวเลขอื่นเขาจะไม่ค่อยรู้เลย การตั้งราคาขายสินค้าก็ไม่จำเป็นที่ต้องลดราคาทุกตัวเพื่อให้ต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อหรือโมเดิร์นเทรด เพราะจริงๆแล้วลูกค้าที่เข้าร้านโชห่วยหวังความสะดวกไม่ได้หวังของถูกกว่าที่อื่น แต่ไม่ใช่ตั้งแพงเกินไปต้องสมเหตุสมผลด้วย หรือแม้แต่สินค้าก็ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกเอสเคยูเอาแค่ตลาดตรงนั้นต้องการก็พอแล้ว เพราะนอกนั้นมันกลายเป็นสต็อกเป็นต้นทุนทั้งนั้น หรือบางรายก็มีลูกค้าเข้าร้านเฉลี่ย 300 รายต่อวันแต่มีพนักงานมากถึง 15 คน มีแคชเชียร์อีก 4 คน มันดูแล้วเยอะเกินไป หากทำได้เป็นระบบผมคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 5-10% ในเบื้องต้น”

ดร.ฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ร้านโชห่วยส่วนใหญ่มองที่ยอดขายว่าจะต้องเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ดูที่กำไรเลยว่าเพิ่มตามหรือไม่ หรือต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือเปล่า จริงๆแล้วต้องดูที่ผลกำไรดีกว่า ว่าเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะถ้ายอดขายเท่าเดิมแต่เราสามารถลดต้นทุนได้ ก็ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นด้วย เหนื่อยน้อยกว่าเดิมอีก ตรงนี้จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับโชห่วยได้

ปัจจุบันแม็คโครมีฐานสมาชิกประมาณ 1.8 ล้านรายทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นสมาชิกประเภทร้านโชห่วยร้านค้าขนาดเล็ก ประมาณ 20% หรือประมาณ 3.5 แสนราย ซึ่งกลุ่มนี้มีแอคทีฟหรือที่มาซื้อสินค้ากับแม็คโครทุกเดือนประมาณ 80% อีกประเภทคือ ฮอเรก้าประมาณ 80%

ดร.ฉัตรชัยให้ความเห็นด้วยว่า ภาครัฐน่าจะเข้ามาช่วยเหลือธุรกิจของโชห่วยมากกว่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรการภาษี ซึ่งจะมีภาษีหลายประการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยทำให้ร้านโชห่วยมีต้นทุนที่ต่ำสามารถอยู่ได้

ที่มา ผู้จัดการ 2 มิ.ย. 50

No comments: